เปิดกิจการ พิม พิมประภา หลังรวยติดอันดับโลก

 

อีกหนึ่งสาวที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ และยิ่งเห็น “พิม” พิมประภา ทำงานหนักแบบนี้ ทั้งที่อายุยังน้อย งานนี้พอเจอสาวพิม

เลยขอถามถึงเหตุผลที่ต้องเร่งควานหาความสำเร็จว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งสาวพิมเล่าให้ฟังว่า “เป็นช่วงที่เราได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึง

เป็นช่วงที่เราได้วางแผนที่จะทำกิจกๅรก็ถือว่าเป็นช่วงที่เราเริ่มโตขึ้นอีกแบบหนึ่ง อยากจะสร้างความมั่นคง อยากจะมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน

 

 

ของตัวเอง คือตอนนี้เราต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก พิมอยู่ทุกวันนี้ด้วยคำว่ากลัวไม่ทัน ด้วยภาวะ

ที่คุณพ่อพิมอายุเยอะมากแล้ว ตอนนี้ปะป๊าพิมอายุ 70 ปีล่ะ และสิ่งที่เราเห็นประจำก็คือวันนี้ป๊าไปงานศWเพื่อนนะ ทุกอาทิตย์ป๊าไปงาน

ศWเพื่อน จนเราคิดว่า เฮ้ย มันไม่ใช่รุ่นพี่ีเขา แต่มันคือเพื่อนของเขา ซึ่งมันหมายความว่า มันอาจจะเป็นเขาในวันใดวันหนึ่งก็ได้ ไม่ได้อะไรนะ

 

 

เราอยู่ด้วยความเป็นจริง อะไรที่เราทำได้เลยเราก็จะทำ อย่างตอนเรียนเราก็จะสอบเทียบเพราะเรากลัวเราจบไม่ทันพ่อมารับปริญญา จนวันนี้

เราเรียนจบ เราก็อยกาประสบความสำเร็จเร็วๆ เพราะเราอยากให้เขาสบายใจ ว่าเราดูแลตัวเองได้ เราสร้างความมั่นคงให้ตัวเองได้” ถามต่อ

ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวว่าพิมเป็นลูกเศรษฐี เป็นคุณหนู “หลายคนชอบเข้าใจว่า เราเป็นลูกเศรษฐีพันล้าน คือคนชอบแชร์มาเยอะมาก คือด้วย

 

 

ป๊าพิมช่วยบริษัท บริษัทที่หลายคนคิดว่าป๊าพิมเป็นเจ้าของ คือช่วยมาตลอด 30-40 ปี แล้วป๊าพิมเป็นเอ็มดี คือทำทุกอย่างแทนเจ้าของ

เวลาทำอะไรก็จะเป็นคนออกหน้า คนก็เลยคิดว่าป๊าพิมเป็นเจ้าของซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ ก็เป็นแค่มือขวา เพียงแค่เหมือนรู้เกี่ยวกับบริษัทแทบทุกอย่าง

เพราะทำมานาน (เป็นญาติกับเจ้าของไหม) ไม่ๆ ป๊าพิมกับเจ้าของไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ป๊าพิมเป็นคนเก่าคนแก่ที่ทำมานาน ป๊าพิมเริ่ม

 

 

ตั้งแต่งานแบกหาม ทำงานขๅย ป๊าทำมาทุกอย่างแล้ว ดังนั้นพิมเลยไม่อายที่จะบอกใครๆ ว่า บ้านพิมจะเป็นเศรษฐีได้อย่างไร ป๊าพิมทำมา

ตั้งแต่แบบนั้น จนมาเป็นเอ็มดีได้ มันเป็นความภูมิใจของเราที่เขาทำงานมาตั้งแต่เป็นคนตัวเล็กๆ จนมีวันที่คนคิดว่าเราเป็นเจ้าของ ซึ่งถ้าเรา

มองในทางกลับกัน เราก็ดีใจที่ป๊าเราเก่ง เรียกว่ามีคุณพ่อเป็นไอดอลไหม ก็ใช่เลย

คือถ้าวันไหนที่เราเหนื่อยเราก็จะมองว่า สมัยป๊าเหนือยกว่าเราเยอะเลย เราแค่ไปกองถ่ายเอง”