พั้นช์ วรกาญจน์ จบชีวิตคู่ 4 ปี เลิกสามี

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่เป็นสาวแกร่งและเก่งรอบด้านจริงๆ สำหรับ พั้นช์ วรกาญจน์ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว เริ่มร้องเพลงกับวงดนตรีของครอบครัวตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ หลังจากนั้นก็ร้องเพลงมาโดยตลอด จนกระทั่งเธอเป็นนักร้องของวง Tiny Thai เพื่อประกวดโครงการ Nescafe แม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศ

 

 

แต่ก็มีแมวมองจากค่ายเพลงชื่อดังอย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ติดต่อ พั้นช์ ไปเทสต์เสียง ในที่สุด พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร เป็นศิลปิน ที่มีความสามารถในการร้องเพลง ชีวิตของเธอผูกพันกับเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก พั้นช์ วรกาญจน์ ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตแบบทุกซอกทุกมุมเพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรกแบบหมดเปลือก

 

 

ถึงจะดังแค่ไหนแต่ พั้นช์ ก็ยังติดดินเสมอ บ้านที่อยู่รถใหญ่เข้าไม่ได้ เข้าได้แต่รถมอเตอร์ไซค์ และความรักแบบ Puppy love ครั้งแรก ที่ทั้งทำงานและเรียนไปด้วย จนห่างกันออกมา แต่เหตุผลที่ห่างออกมาจริงๆ คือ เบื่อด้วย แต่เขาก็ยังรอคอยเราอยู่ พร้อมเปิดมิติใหม่แห่งการจับกิ๊ก ถ้าเขามีคนอื่น ขอให้รู้ภายใน 3 วัน 7 วัน จับได้ว่าสามีคุยกับผู้หญิงอื่น

 

 

โดยการไหว้พระพิฆเนศ จบชีวิตคู่ 4 ปี บอกเลิกสามี เพราะจุดหนึ่งที่คิดว่าการมีกับไม่มี มันไม่ต่างกัน แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ พั้นช์ วรกาญจน์ ตัดสินใจเลิกคือเรื่องอะไรกันแน่ และเพลงร้องเพลงเพราะมามากมาย แต่เพลง เรื่องที่ขอ ทำให้ พั้นช์วรกาญจน์ อินที่สุด บางครั้งถึงกับร้องไห้ จนแทบร้องเพลงบนเวทีไม่ได้ ย้อนฟังเรื่องราวถึงสาเหตุที่อินกับเพลงเรื่องที่ขอพร้อมกันใน

 

 

แล้วความรักครั้งแรกของ พั้นช์ วรกาญจน์ เกิดขึ้นที่ไหน ในโรงเรียน เราจะไม่มีแฟนในโรงเรียนเลย เราจะไปเจอรุ่นพี่ข้างนอก ถามว่านั่นถือว่าเป็นรักแรกไหม อันนั้นคือป็อปปี้เลิฟค่ะ แต่ว่าเราก็ทำงานไปด้วยแล้วเราก็เรียนไปด้วยเราก็ขอถอยออกมาเขาก็เสียใจนะ กับอดีตสามี 8 ปีไม่เคยมีปัญหากันเลย พั้นช์ จะเป็นคนแบบว่าสบายๆ แบบจะไม่จู้จี้จุกจิก ไม่ตาม

 

 

ตอนนั้นที่ขอเลิกกันเพราะว่าเราจับได้ว่าเขาไปคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งก่อนจะแต่งงานประมาณครึ่งปีได้ ที่เรารู้เพราะว่ามันไม่เหมือนเดิม มันแปลกๆ ก็ไปไหว้พระขอพระพิฆเนศว่าถ้าเขามีคนอื่นหรือว่าอะไรที่เปลี่ยนไป ขอให้รู้ภายในสามวันเจ็ดวัน และเราก็ได้แต่งงานมา 4 ปี ซึ่ง พั้นช์ ก็เป็นคนพูดเองบอกเลิกเองที่ตัดสินใจเลิกจัดหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามีกับไม่มีมันรู้สึกไม่ต่างกัน

 

 

เรียบเรียงโดย ทีมงาน verynewsonline