อาณาจักร ภราดร ศรีชาพันธุ์ เลิกเล่นเทนนิส ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่ต่างจังหวัด

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าบอล ภราดร นักเทนนิสมืออาชีพที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองไทยไปทั่วโลก ทำให้เป็นหนุ่มที่ฮอตมากๆ ในวงการบันเทิงในช่วงนั้น แต่อยู่ดีๆ บอล ภราดร ก็เฟดตัวเองออกจากทุกวงการ แล้วไปใช้ชีวิตอย่างสงบที่ต่างจังหวัด

 

 

 

ก่อนหน้านี้ หลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำให้ต้องออกมาขายรถของตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุว่า สาเหตุที่ประกาศขายรถคันนี้ เนื่องจากเป็นรถที่ไม่ตนเองไม่ได้ขับและไม่มีเวลาในการใช้รถ

 

ประกอบกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่จะจอดไว้ที่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร บางครั้งเดินผ่านรถ ก็แทบไม่มีเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ จึงคิดว่าหากจอดทิ้งไว้แบบนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่เป็นผลดีต่อรถ จึงถือโอกาสประกาศขายรถคันนี้ ลงในอินสตาแกรมของตนเอง เพื่อส่งต่อความสุขและรถให้กับคนที่รักรถรุ่นนี้และอยากสะสมรถรุ่นนี้จริงๆ โดยตั้งราคาไว้ที่ 11.5 ล.

 

 

 

รถยนต์คันนี้เป็นรถยนต์คันแรกที่ซื้อมา ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเป็นรถเฟอร์รารี 360 รุ่นสุดท้ายของยุคนั้น หลังจากซื้อมาก็ได้ใช้งาน อยู่ประมาณ 5-6 ปี ก็มีคนมาขอซื้อต่อ ประกอบกับเป็นช่วงที่ตนเองสลับสับเปลี่ยนรถซูเปอร์คาร์ไปหลายคันจึงไม่ได้ใช้รถคันนี้

 

ปัจจุบัน ภราดร ไม่ตกอับแต่อย่างใดเพราะมีดูแลธุรกิจบ่อตกปลา ชื่อบ่อตกปลาศรีชาพันธุ์ รวมทั้งธุรกิจที่พัก รีสอร์ต ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ยังดูแลในเรื่องกีฬาเทนนิสทั้งที่ขอนแก่นและกรุงเทพฯ

 

 

 

โดยหลักๆ คือ การดูแลน้องๆ นักกีฬาในระดับทีมชาติ แถมปีนี้ยังได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันเดวิส คัพ ของทีมชาติไทยอีกครั้งหนึ่ง รวมไปถึงงานปั้นนักกีฬาเทนนิสก็ยังคงทำอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ยังกลายเป็นคุณพ่อลูก 2 ไปแล้ว หลังจาก บอล ภราดร ห่างหายจากวงการเทนนิสก็ไปใช้ชีวิตคู่แบบเงียบๆ อย่างเรียบง่ายกับครอบครัว ใจหายวันที่เราต้องเดินออกมาจากวงการเทนนิส

 

 

 

วันนั้นผมได้ประกาศว่าภราดร เลิกเล่นอาชีพแล้ว ช่วงเวลาที่เราขับรถกลับ เราสะอื้นกับสิ่งที่เราอินมาทั้งชีวิตแต่ว่าวันหนึ่งเราประกาศลาวงการ เพราะว่าเราเจ็บที่ข้อมือ แต่เราก็ได้ไปรักษาที่อเมริกามา แต่เราก็รู้สึกว่าเราเล่นได้ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะจริงๆ เราต้องเล่น 110 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป

 

เพราะสไตล์การเล่นของเราคือ หนักหน่วง แล้วเรามองแล้วว่าเราคงเล่นเต็มที่ได้อีกแค่ 2-3 ปียังไงวันหนึ่งเราก็ต้องหยุดอยู่แล้ว เราเชื่อว่าคนเราสามารถเลือกที่จะทำอะไรได้มากกว่าหนึ่งอย่างเราเลยเลือกเล่นกอล์ฟแล้วกัน เพราะยังอยู่ในระเบียบนักกีฬา

 

 

เรียบเรียงโดย ทีมงาน news in Thailand