พิมรี่พาย เปิ ดค่ ายเพล ง เป็นค นบันเทิงเต็ มตั ว

วันที่ 25 ก.พ. 64 ที่โกลว์ฟิช อาคารสาธรธานี 2 แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย ได้มาร่วมงาน เปิดตัวค่ายเพลง HIGH CLOUD ENTERTAINMENT จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มาลงทุนเปิดค่ายเพลง ร่วมกับ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ และ หลุยส์ ธนา เรียกว่าผันตัวมาเป็นคนบันเทิงเต็มตัว

สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่ค่าย high cloud enterrtainment มีพิมเอง มีพี่กอล์ฟ ฟักกี้ฮีโร่ มีพี่หลุยส์ ธนา เริ่มต้นจากการที่พิมอยากทำเพลง อย่านะคะ พิมอยากทำเอง เราอยากร้องเพลงว่ะ เห็นว่าลูกค้าชอบให้ทำโน้นทำนี่ และถ้าเราจะทำ ต้องไม่ธรรมดา เราต้องติดต่อเบอร์ใหญ่ๆ เนอะ

ตอนแรกพี่กอล์ฟไม่รู้จักพิม พี่ขอตอบกลับมา น้อง พี่ขอโทษนะ มึงเป็นใคร พิมก็ไล่โปรไฟล์ให้เขาฟัง เขาก็แต่งเพลงให้เราออกมา 1 เพลง พอเราคุยถูกคอ นัดกินข้าวกัน เขาชวนเราลงทุน พิมก็เลยลงทุนเลย (ทำไมเราใจง่ายขนาดนั้น?) ก็เพราะสังคมเราแคบไง เราก็เลยต้องคว้าไว้ก่อน(หัวเราะ) ไม่ค่อยได้เจอคน

เพลงที่พี่กอล์ฟแต่ง ถูกใจไหม?

ส่วนตัวถูกใจ และแค่อยากจะทำให้แฟนคลับถูกใจเท่านั้น แต่ส่วนตัวพิมกลัว ช่วงนึงก่อนจะมีโควิดรอบ 2 เดินข้าวสาร มีแต่คนเข้ามาบอก อย่านะคะ อย่านะคะ หันไปบอกผู้จัดการว่ามึงเอากูออกจากตรงไปหน่อย ทำไมฟีคแบคมันแรงขนาดนี้ เราอยากทำให้แฟนคลับเฉยๆ ปรากฎได้คนที่ชอบมากขึ้นอีก ขอบพระคุณมากๆ

วันนี้คือโชว์ครั้งแรก?

ครั้งแรกของการโชว์ และเป็นการมาพูดอะไรแบบนี้ครั้งแรก ตื่นเต้นมาก ไม่เคยเจออะไรเยอะแบบนี้ และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่า หลายคนติดต่อมาขอสัมภาษณ์ พิมไม่ได้หยิ่งหรือว่าไม่อยากเจอพี่ๆ นะคะ แต่มันไม่ใช่เวย์ของพิม เพราะพิมเป็นแม่ค้า พิมควรจะคุยกับลูกค้าเท่านั้น พิมยังไม่ใช่ศิลปิน ยังไม่ใช่นักธุรกิจ ไม่ใช่ดารา พิมเลยขอนุญาตไม่ข้ามเส้นการเป็นแม่ค้าไป พิมภูมิใจในการเป็นแม่ค้า แต่วันนี้พิมมาเป็นเจ้าของค่ายเพลง และเป็นศิลปิน เลยมายืนตรงนี้ได้ ขอบพระคุณค่ะ

แสดงว่าเราจะได้เห็นพิมรี่พาย ในบทบาทนี้เยอะขึ้น?

(ยิ้มเบาๆ) ก็เอาไว้ก่อน อุ๊บไว้ก่อน มีเซอร์ไพรส์แน่นอน

จากแม่ค้ามาเป็นศิลปิน ต้องปรับตัวยังไง?

เปลี่ยน เป็นแม่ค้าเราจะพูดอะไร ก็ตามใจเรา เราอยากขายอะไรก็ตามใจเรา แต่ถ้าเป็นศิลปินมันจะมีตารางงานที่ชัดเจน ต้องมาเวลานี้ ต้องมาซ้อมเต้น เลยนึกว่าตอนไลฟ์ ไม่เห็นต้องทำอะไรแบบนี้ ทำไมศิลปินมันยากจังว่ะ

แล้วมุมมองในฐานะผู้บริหารค่าย เรามองยังไง?

อุ๊ย…มีเงิน ถามว่าลงไปเยอะไหม (ทำท่านับนิ้ว) คือเวลาพิมทำธุรกิจ พิมทำด้วยใจ ค่ายเพลงเราก็ทำด้วยใจเช่นกัน

คาดหวังยังไงบ้าง?

ไม่คาดหวัง ทำให้มันเต็มที่ ทำสุดแรง และไม่เคยคิดว่าจะต้องไปถึงระดับไหน แต่จะไปค่ะ แต่ไม่คาดหวัง (เห็นว่าจะพาไปโกอินเตอร์?) ไปมาแล้วค่ะ แต่ติดโควิด เลยต้องกลับก่อน เราก็เริ่มเรียนเต้น เรียนร้องเพิ่มเติม แต่ก็มั่นใจอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องมาสร้างอะไร (ยิ้มแบบเชิ่ดๆ) อย่างวันนี้ที่เห็นเต้น เมื่อวานก็อยู่ตี 4 ไม่ได้ซ้อมเต้นนะ แต่เล่นดัมมี่ (หัวเราะ)

เรากดดันไหม? ทุกคนคาดหวังว่าเราต้องเป็นเบอร์หนึ่งของค่าย

เขาก็พูดแล้วนะ เราเป็นคนเก่ง คนสวย คนรวย คนดัง (และเรามีปัญหาเกี่ยวกับการร้อง เต้น เป็นศิลปินไหม?) ไม่มีค่ะ เราพร้อมหมดเลย ที่สุด

ทำไมเราไม่เปิดค่ายเองตั้งแต่แรก?

เราไม่อยากลงทุน แล้วเจ๊งคนเดียว เราอยากจะมีเพื่อนเจ๊ง จะมีคนช่วยกันรับคำตราหน้าไว้ ถ้าเราทำคนเดียว ก็ไม่รู้จะไปด่าใคร ตอนนี้แฮปปี้กับชีวิต แฮปปี้กับทุกอย่างเลย”

เวลาเพื่อนมาทำธุรกิจด้วยกัน กลัวแตกคอไหม?

เราทะเลาะกันทุกวันเลย (ยิ้ม) ไม่กลัวแตกคอ เพราะปกติเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทะเลาะ

แล้วถ้าถามว่ากลัวเจ๊งไหม?

ดิฉันไม่กลัวเจ๊งหรอกค่ะ เพราะดิฉันทำหลายอย่าง อันนี้เจ๊ง ก็ไปจับอันนั้นทำใหม่ ไม่กลัวเจ๊งหรอกค่ะ (เราพร้อมเติมเงินตลอด?) ก็มาเถอะจ๊ะ

แนะนำน้องๆ ที่อยากจะมาอยู่ค่ายเรา?

โอเค อย่ามา (ยิ้มเบาๆ) ถ้ารับกับความดังไม่ได้ ก็อย่างมา และอยากฝากค่ายของเราไว้ ว่าอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยนะ เพราะหลายเบอร์มาก เยอะมาก งานดีมาก พูดแล้วสงสารสื่อ อาจจะต้องเหนื่อยนิดนึง

ที่มา khaosod