ลูกศิษย์อาลัย หลวงปู่ถนอม เกจิดัง วัดขามเตี้ยใหญ่ ละสังขารสงบ สิริอายุมงคล

วันที่ 14 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ลูกศิษย์หลวงปู่ถนอม จันทวโร หรือ พระครูสิริโพธาภิวัฒน์ พระเกจิชื่อดัง รองเจ้าคณะอำเภอโพนสวรรค์ อดีตเจ้าอาวาสวัดขามเตี้ยใหญ่ หมู่ 12, 15 ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิ สร้างความเศร้าสลดแก่ศิษย์ยานุศิษย์ คณะสงฆ์ และสาธุชนชาวพุทธที่ทราบข่าว แห่ไปเคารพศพและสรงน้ำศพที่ศาลาการเปรียญของวัดมากกว่า 100 คน

นายไชยวัฒน์ กุลยะ หรือ เฮียเติง วัย 49 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิด กล่าวว่า ช่วงเช้าได้รับแจ้งจากพระสงฆ์ในวัดว่า หลังจากหลวงปู่ทำวัตร กวาดลานวัดตามปกติเป็นประจำ และพูดคุยกับพระลูกวัด มีอาการปกติ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส โดยลูกศิษย์ประคองหลวงปู่เข้าไปในกุฏิ ซึ่งหลวงปู่บอกว่าเหนื่อย จึงประคองตัวลงนอนหน้าโต๊ะหมู่บูชา เกิดช็อกหมดสติ จึงเรียกพระลูกวัดมาดู กระทั่งพบว่าหลวงปู่ละสังขารที่กุฏิด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 06.30 น. สิริอายุ 81 ปี พรรษา 61

จ.ส.อ.พิสุทธิ์วัชร (ศิษย์ศรัทธา) มีสิทธิ์ วัย 36 ปี ลูกศิษย์ กล่าวว่า ก่อนที่หลวงปู่จะละสังขาร มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดมักจะนำอาหารเสริม ตลอดจนภัตตาหารไปถวายในช่วงเช้าในกุฏิ เป็นพระเกจิที่หัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนนี้หลวงปู่มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจรั่ว ไปพบแพทย์ตามนัดที่รพ.นครพนม เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา รับยามาฉันและฉันภัตตาหารได้มากกว่าปกติ แต่ไม่นึกว่าจะสร้างความเศร้าสลดให้แก่ลูกศิษย์ไปอย่างกะทันหันเช่นนี้

ด้านนางดำเนิน นนทศรี อายุ 49 ปี หลานหลวงปู่ กล่าวว่า คณะลูกศิษย์ กรรมการวัด คณะสงฆ์ อยู่ระหว่างประกอบพิธีสรงน้ำศพ เวลา 15.00 น. เปิดให้ประชาชน ข้าราชการ เคารพศพ หลังพิธีสรงน้ำเสร็จแล้ว ก่อนจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมในช่วงค่ำ โดยสรีระสังขารหลวงปู่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาการเปรียญของวัด เบื้องต้นยังไม่มีการประชุมว่าจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพช่วงใด ต้องรอให้ผ่านพิธีสรงน้ำศพผ่านไปเสียก่อน จึงจะแจ้งให้ญาติโยมทราบอีกครั้ง

อัตโนประวัติ หลวงปู่ถนอม มีนามเดิมว่า ถนอม นนทศรี ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มี.ค.2483 ปีมะโรง พื้นเพเป็นชาวบ้านขามเตี้ยใหญ่ ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ โยมบิดา-มารดา ชื่อนายนวน และนางปรียา นนทศรี เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องร่วมอุทร 13 คน

ขณะอายุ 18 ปี บวชเณร พ.ศ.2501 ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ศรี บ.ขามเตี้ยใหญ่ ต.ขามเตี้ย อ.ท่าอุเทน (ในขณะนั้น) อุปสมบท พ.ศ.2503 มีพระครูสันธานพนมเขต หรือ หลวงปู่สนธิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโสตถิธรรมคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่ที เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบทกราบลาพระอุปัชฌาย์มาร่ำเรียนปริบัติธรรมที่มาตุภูมิ ที่สำนักเรียนวัดศรีทอง ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จนจบนักธรรมเอกใน 3 ปีแรก ก่อนเดินทางไปร่ำเรียนวิทยาคมจากหลวงปู่สนธิ์ ผู้เป็นอาจารย์นาน 7 ปีจนช่ำชอง

พ.ศ.2510 เดินธุดงค์ไปในภาคเหนือของฝั่งลาว จำพรรษาที่วัดพระบาทแอวขันธ์มหาวิหาร บ้านนาคาย เมืองชัยธานี แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ ศึกษาอักษรธรรมขอม-ลาว คัมภีร์มูลกัจจายน์ ช่วงจำพรรษาได้ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐานกับหลวงปู่เพ็ง เกจิดังฝั่งลาว และพบกับพระเกจิชื่อดังของเมืองไทยหลายรูป อาทิ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร แม่ทัพธรรมภาคอีสาน, พระอาจารย์วัน อุตตโม และพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ

จากนั้นจึงเดินธุดงค์ไปฝึกกัมมัฏฐานที่ดินแดนอริยภูมิ เมืองบังบดภูเขาควาย ฝั่งลาว กับหลวงปู่เพ็ง เพื่อนั่งบำเพ็ญสมาธิบำเพ็ญเพียรภาวนาในถ้ำยักษ์นาน 6 ปี หลังธุดงค์ไปตามป่าเขา จึงหยุดธุดงค์ใน พ.ศ.2538 มุ่งหน้ากลับสู่วัดขามเตี้ยใหญ่ พัฒนาจนวัดเจริญรุ่งเรือง พุทธศาสนิกชนแวะเวียนมาทำบุญไม่ขาดสาย

ด้านวัตถุมงคลคณะลูกศิษย์ จัดสร้างถวายหลายรุ่น แต่ละรุ่นล้วนได้รับความนิยม เป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสม โดยเฉพาะเหรียญรุ่น 1 รุ่น ลาภ ผล พูนทวี เป็นเหรียญรูปทรงไข่ นับวันเริ่มเป็นที่หายากยิ่ง

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2529 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่พระครูสิริโพธาภิวัฒน์ พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

หลวงปู่ถนอมให้โอวาทธรรมว่า “สมณเพศต้องมีวินัยศีล ปัญญา สมาธิ ที่สำคัญต้องตั้งมั่นในสติ ไม่ว่าจะอยู่ในมหานิกาย หรือธรรมยุตศีล 227 ข้อ ก็ไม่แตกต่างกันเลย อยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติเท่านั้น”

ถึงแม้ว่าหลวงปู่ถนอม จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำวัตร และสวดมนต์ ยังเป็นเกจิที่มีความสมถะ เรียบง่าย สันโดษ ในช่วงปัจฉิมวัยด้วยสังขารที่ร่วงโรยและไม่ถ่องแท้ จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 81 ปี พรรษา 61